ไม่น่าเชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของประวัติอันยาวนานของคนรักหุ่นยนต์ที่เกษตรจริงๆ
เรื่องเล่านี้เป็นเรื่องราวที่ผมอยากจะเขียนเพื่อบอกไว้ถึงแง่มุมนึงซึ่งผมว่ามีค่ามาก
เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์
เมื่อมองกลับไปซักปี 2546
ในตอนเข้ามาเป็นนิศิษใหม่คณะวิศวเกษตรในยุคนั้น การรับน้องก็มีการแนะนำชมรมที่เปิดและขึ้นตรงอยู่ในคณะวิศวะให้แก่เด็กใหม่
ชุมนุนที่มีชื่อเสียงด้านผลงาน และโดนใจนิศิษใหม่เหล่านี้กลุ่มหนึ่งก็คือชมรมโรบอท (อ.ปัญญาเป็นผู้ดูแล สมาชิกส่วนใหญ่เป็นนิศิษภาคไฟ)
พวกเราก็สมัครเป็นสมาชิกชมรมโรบอท โดยระบบในชมรมคือรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง
พวกผมน้องใหม่ปีหนึ่งก็ไปเรียนตามที่รุ่นพี่นัดสอนในแต่ละอาทิตย์ โดยเราก็ได้เรียนเกี่ยวกับอเล็กโทรนิคเบื่องต้น
เหตุการหนึ่งที่คิดว่าคงจะเกิดขึ้นทุกๆปี ในชมรมนี้ก็คือ
คลิปวีดีโอการแข่งขัน robocup soccer ที่ใช้หลอกน้องเด็กใหม่่ในชมรมโรบอท(จำได้ว่าพี่เจมเป็นคนเปิดให้ดู)
ในวีดีโอมีหุ่นยนต์ ตัวเล็กๆขนาดเท่ากระป้องสีแต่ละฝั่งมีหุ่นห้าตัว สนามขนาดซักสองโต็ะปิงปอง รอบๆมีกำแพงกันไว้
บนหัวหุ่นยนต์มีสีๆติด บางทีมเป็นลูกปิงปองทาสี บางทีมเป็นกระดาษสีติดกับบนหัวหุ่น มีเสาอากาศโพล่ๆมาจากหัว
และข้างๆสนามก็มีโต็ะวางคอมของผู้จัดการทีมและกองเชีย ซึ่งคอยรุ่นการทำงานของลูกทีมบนสนาม
ในตอนนั้นทำให้ผมรู้ว่าเกษตรก็ทำทีมส่งแข่งในประเทศกันมา 2-3 ปีแล้ว (ในตอนนั้นก็เกือบ10ปี)
นั้นเป็นจุดเริ่มต้นและเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลุ่มเด็กภาคคอมกลุ่มหนึ่ง(ปี 1 ตอนนั้นมีกว่าสิบคน)ตัดสินใจตั้งทีมขึ้นกันเองร่วมกับเพื่อนๆภาคไฟหน้าใหม่ในชุนนุม เพื่อสร้างหุ่นยนต์อัตโนมัติ ที่สามารถแข่งฟุตบอลกันได้เหมือนคนเล่นฟุตบอลกันจริงๆ
ในขณะเดียวกันกับรุ่นพี่ปี4ภาคไฟฟ้า อีก 2คนที่นั่งตัดอคริลิค เพื่อสร้างหุ่นยนต์ทำทีมไปแข่ง Thailand robocup soccer
และใช้เป็นโปรเจ็คจบ (เทคโนโลยีขณะนั้นคือกล่องวงจอนปิดอย่างห่วย + อคิลิค + สปริง + เซอร์โวมอเตอร์สองตัว + วงจรรถบังคับ)
หุ่นในปีนั้นยังมีเก็บไว้จนปัจจุบัน ในปีนั้นทีมเด็กใหม่กำลังฟิตแต่ขาดประสบการณ์และความรู้ก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และทีมของรุ่นพี่ซึ่งปีนั้นไม่ค่อยเวิร์คนัก
ในปีถัดมาทีมเด็ก(เรียกย่อๆ ตอนนั้นเท่าที่จำได้มี นิก ไก่ อู้ โน้ต จอน ผม ที่เหลืออยู่)ก็ยังไม่ได้เลิกความพยายาม เราได้ข่าวเกี่ยวกับอาจารย์ที่พึ่งจบและเคยทำงานเกี่ยวกับโรโบติกมา อาศัยอยู่ในภาคคอมอยู่นึงคน จนในที่สุดได้ขอให้ อ.ยอดเยี่ยมมาเป็นที่ปรึกษาให้ ในขณะเดียวกันตอนนั้นก็ชักชวนหารุ่นน้องได้อีกสองคน จากไฟฟ้า(น้องราม)และอยากเข้าการบิน(น้องหนุ่ย) มาช่วยงานในด้านไฟฟ้าอิเลคทรอนิค และออกแบบส่วนเมคคานิค
เราเริ่มมีการติดต่อกับรุ่นพี่ปี4ในชุมนุมโรบอทที่ในปีนี้ก็มีทีมอีกเช่นเคย คราวนี้แพคสามคน(พี่แรม พี่โอ และพี่ปอ) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โปรเจคนี้มีการร่วมมือระหว่างเด็กคอมกับเด็กไฟฟ้า(มีพี่ปอเป็นเด็กคอม เขียนโปรแกรมในการสั่งการ) ซึ่งพวกเราก็ได้คุยและขอคำแนะนำจากรุ่นพี่เพื่อสร้างทีมของเราขึ้นมา สิ้นปีนั้น ทีมของรุ่นพี่(scuba) ทีมดำน้ำของเกษตรสามารถยิงแชมป์ตลอดการอย่างจุฬาได้ถึงหนึ่งลูก โดยใช้นวัตกรรมใหม่จากต่างประเทศ นั้นคืิอลูกการยิงลูกโด้ง แต่ความน่าอนาดก็คือเอไอทำได้ดีที่สุดคือจับเวลาวิ่งไปข้างหน้าแล้วหลับหูหลับตายิงโด่งไป(สาเหตุก็คือปัญหาด้านvision)
ส่วนทีมเด็กๆ ได้หุ่นจากเศษอลูมเนียมตัวแรก(น้องหนุ่ย) + วงจรขับมอเตอร์(น้องราม) + โปรแกรมวิสชัีัน(vision) เพื่อแกะตัวเลข 1-5 บนหัวหุ่นจากภาพนิ่ง(ไก่ นิก) + ศึกษา path tracking algorithm(ผม) + สิมมูเลเตอร์(simulator วาดรูปโดยใช้ openGL) กับคำนวน s = vt (อู่)+ (A* path planer, potential field path planer)(จอน) + โครงสร้างระบบ AI นิดหน่อย (โน้ต) โดยใช้แล็ป 808 เป็นฐานปัญชาการ และมีอ.ยอดช่วยสอน basic control ให้และ คอยguild และคอยตามงาน
ปี2548 ปีนี้ พี่โอกับพี่แรมผู้มีประสบการณ์ได้ตัดสินใจต่อป.โท ที่ภาคคอมโดยพี่โอเป็นผู้ออกแบบหุ่นในปีที่แล้ว และพี่แรมผู้เป็นคนเขียนโปรแกรมวิสชั่นจากภาษา Delphi ทำให้โครงสร้างทีมเปลี่ยนไปกลายเป็นคนที่ทำอยู่ในภาคคอมทั้งหมดโดยมี อ.ยอดเป็นที่ปรึกษาหลักของทีม ในปีนี้้เราได้โค้ดจากรุ่นพี่ และตัวรุ่นพี่มาเป็นมรดกของทีม
การเริ่มงานจากการศึกษางานของรุ่นพี่ + เปเปอร์ของทีมแชมป์ในสมัยที่ผ่านมา แล้วแบ่งหน้าที่กันทำในที่สุดปีนั้นเราผ่านรอบคัดเลือกมาได้ แต่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรมาเลย นอกจากประสบการและความเหนื่อยสุดๆจากการทำงานแล้วไม่เสร็จเสียที + หุ่นรุ่นใหม่อีกหนึ่งตัว (เป็นตัวแรกที่มีการใช้ CNC ในการทำชิ้นส่วน จ่ายตังบาน) และที่สำคัญคือชื่อทีมหลังการเปลี่ยนสังกัดมาเป็น SKUBA
เราเริ่มรู้ว่าการสร้างทีมนั้นจำเป้นต้องมีความรู้พื้นฐานอย่างมาก และใช้็ของที่ไม่รู้อีกมาก มีงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ ( ประสิทธิภาพของกล้อง การออกแบบหุ่น และอิเลกทรอนิกบนหุ่น)
ปีถัดมาในปี2549 ปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่อีกครั้ง
คือเราได้รุ่นน้องที่สุดยอดมาหลายคน คือไ้อ้ดิว(ปี2 ภาคไฟฟ้า)และไอ้บึก(ม6) (ใช้ทรัพยากรเด็ก jstp ) น้องเป้ น้องอาร์ม(เด็กปี3)
แต่ทรัำพยากรณ์ที่หายไปเพราะเลิกทำก็มีหลายคนจนในปีนั้น สมาชิกในทีมที่เหลือคือ พี่โอ จอน ผม
ส่วนหลักที่ทำให้ระบบในทีมเปลี่ยน มาจากพี่โอโดยเริ่มจากการเขียนvisionใหม่ในเวอร์ชั่นที่เป็น C และแก้ความห่วยของระบบ vision
เก่าได้เป้นอย่างมาก (เช่น bug socket ที่ทำให้ส่งข้อมูลได้ 5fps เป็นต้น) ส่วนโครงโปรแกรมสั่่งการนั้น มีจอนและผมเป็นมือหลัก และมีเป้กับอาร์มเป็นลูกมือ
เราหา sponsor ได้มากพอสมควร ในปีนั้นต้องขอกล่าวถึงรุ่นพี่สมาคมศิษเก่าวิศวเกษตร พวกเราบากหน้าขออนุญาติไปพรีเซ็นต์ขอเงินกลางที่ประชุม ซึ่งทางสมาคมก็ให้มาจำนวนหนึ่ง(10% ของที่ขอ) แต่ทีเด็ดคือรุ่นๆพี่หลายคนยอมควักกระเป๋าตัวเองบอกจำนวนเงินกันออกมาเลย (รวมแล้วมากพอควร) ตอนนั้นผมคิดถึง s ใน sotus มาทันที คือ seniority และ spirit เป็นประสบการณ์ที่ผมได้วันนั้น ไม่ใช้เพราะมีคนให้เงินแต่พวกเขาซื้อใจผมได้ต่างหาก
เราตัดสินใจซื้อกล้องใหม่ ร่วมถึงพยายามออกแบบเมคคานิคใหม่ ภายในงบที่มี
ในปีนั้นผมก็ยังประสบปัญหาเดิมคือ งานไม่เสร็จจนถึงวันแข่ง
ผลการแข่งขันเราได้อันดับสามมา พอเป็นกำลังใจ และตอบแทนสปอนเซอร์ได้บ้าง
แต่ผลที่เด่นชัดคือระบบเสถียรกว่าเก่ามาก ทั้งvision ทั้งหุ่นและai พูดง่ายๆคือเล่นเป็นฟุตบอลได้ปีแรก
และต้องขอบคุณทางทีมจุฬาที่ให้ข้อมูล คำปรึกษาและแข่งซ่อมด้วยก่อนการแข่งจริง ตอนนั้นผลเละมากเทียบกันๆไม่ติดเรายังไม่เวิร์คเลย
เราส่งวีดีโอคัดเลือก world robocup ไปและผ่านการคัดเลือกแต่เนื่องจากเราไม่ได้อันดับ 1 2 ในการแข็งในประเทศจึงไม่มีเงินสนับสนุน แต่ก็เป็นการตัดสินใจอย่างบ้ามากทีเดียวที่เราตัดสินใจไป world robocup ที่ Bremen (Germany) เพื่อร่วมเข้าแข่งขันตอนนั้น ออกกันคนละ4หมื่นไปกันแค่ 4 คน พี่โอ จอน ผม ดิว หิ้วของกันไป
เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเมืองนอกเป็นครั้งนึงในชีวิตจริงที่ได้ทำอะไรแบบนั้น แต่ละคนคนข้าวของตัวเองและแบกกระเป๋ารุ่นยนต์และคอมพิวเตอร์ไปด้วย(หอบไปถึงสามเครืองไม่รวมโน้ตบุค) ปีนี้ SSL มีทีมไทยไปกันถึงสามทีม ทีมจากสมาคม pz ,revenger และไปกันเอง skuba
คราวนี้เราเตรียมตัวมาได้ค่อนข้างดีกว่าเดิมเพราะตัดสินใจมากันเอง
ที่เสียดายคือทีมรุ่นเก๋าอย่าง bigred(cornell) และ fufighter(fu germany) ตกลงกันว่าจะไม่ร่วมแข่งเพื่อเปิดโอกาสให้ทีมใหม่ แต่ยังดีที่ fufighter เหมือนรักษาความเป็นประเทศเจ้าภาพ เลยเปลี่ยนมาแข่งด้วย
ส่วนทีมม้ามืดในปีนั้น CMDragon (cmu) ก็กลับมาแข่งอีกครึ่งในปีนี้
หลังจากกลับมาเราตกรอบไม่ได้รางวัลอะไรกลับมา แต่ประสบการณ์นั้น ส่วนตัวผมคิดว่าก็คุ่มอยู่ ไม่ว่าจะทำให้ได้สนิทสนมกับทั้งทีมจุฬาและบางมดแล้ว(ธรรมดาของการแข่งกีฬา) เราได้พูดคุยกับทีมชั่นนำ(ทั้งระดับดร. และรุ่นเพื่อน) และการทำงานที่ไม่เคยเห็นจากการแข่งในไทย เราได้รู้เทคนิคหลลายอย่างเพิ่มเติม ผมมีโอกาสได้ไปฟังงานสัมมนาเล็กๆในงาน(เพื่อนำเสนอผลงานทางวิชาการ) ได้เห็นโปสเตอร์ของทีมอื่นที่ไปนำเสนอผลการศึกษา ผมได้ไปเที่ยวไกลถึงยุโรปเป็นครั้งแรก และทีมของเราก็มีการเตรียมตัวและพัฒนาขึ้นอีกก่อนจะไปแข่ง(ธรรมดาของการแข่งขัน) แต่ข้อเสียคือเสียตัง
ผลของการตัดสินใจในครั้งนั้นทำให้มุมมองของปัญหาการพัฒนาชัดเจนขึ้น เรารู้ว่าทีมอื่นๆทำอะไรมาเพิ่มเติมในปีนั้น และมีปัญหาอะไรสำคัญที่เป็นเรื่องที่ต้องแก้
ปีต่อมาผมจบการศึกษาแต่ก็ต่อโททันทีที่ภาควิชา
ปีนี้ก็มีการพัฒนาอย่างมากอีกเช่นกัน เช่นน้องบึกขึ้นปี 1 เราได้คนจากภาคอื่นมาเพิ่ม มีน้องวอร์ม(EMME) น้องเล็ก(เครื่องกล) มีน้องเอิน(การบิน) มาช่วยอีกสามคน หัวหน้าทีมการพัฒนาในคราวนี้เป็นดิว อยู่ปี3 ส่วนคนเขียนโปรแกรมหลักจะเป็นพี่โอซึ่งยกโครงเอไอใหม่ และมีลูกมือคือน้องภาคคอมอีก 3 คน เมียว ทาโร่ นิว ปี3 เป้และอาร์ม ปี4 ส่วนผมช่วยอยู่ห่างๆเพราะกลัวจะยืดเหมือนพี่โอ ส่วนไอ้จอนกำลังจะไปต่อที่เยอรมัน มี อ.พึ่งจบและตรงสาขามาช่วยอีกคน
โดยพวกเราก็ไปจีบมาจนได้คือ อ.ต้น(อ.ภาคไฟฟ้าหนุ่มไฟแรง)
ทำให้ทีมในตอนนี้มีการรวมกลุ่มจากเด็กถึง 5 ภาควิชา ระบบการทำงานของทีมเริ่มชัดเจนขึ้น มีการใช้เวอร์ชั่นคอนโทรลในการจัดการโค้ด และdesign document เป็นเวอร์ชัน มีการแบ่งฝ่ายรับผิดชอบได้เด่นชัดขึ้นเนื่องจากมาสมาชิกหลากหลาย แต่ละคนจับปัญหาของส่วนตัวเอง และมีการตั้งหมายที่เป็นรูปธรรมมากกว่าเก่า
ปีนั้นเกษตรเป็นเจ้าภาพจัดแข่งในประเทศ ต้องขอบคุณทีมงานของอ.ปัญญาที่ดูแลงานการแข่งในประเทศได้อย่างดี
ผลการแข่งขันในประเทศเราแพ้จุฬา ได้ที่2 แต่ก็พอสู่ได้ไม่ขาดและสามารถทำประตูทีมจุฬาได้ และมีทีมไข่นุ้ยจามม.สงขลาเป็นทีมที่น่าชื่นชมคือได้ที่สามและยังเป็นทีมที่ทำหุ่น low cost ได้ออกมามีประสิทธิภาพดี ระบบเสถียร(ถ้าปีนั้นไข่นุ้ยทำหุ่นยิงเลียดได้ทุกตัวอาจได้ตำแหน่งที่สอง) จึงได้รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยมไปครองอีกรางวัล
world robocup 2007 ปีนั้นไปจัดไกลถึงอเมริกาทำให้ทีมเราตัดสินใจไม่ร่วมแข่งขัน ส่วนทีมจุฬาประสบความจำเร็จคว้าตำแหน่งที่2 โลกมาครองเป็นประวัติศาสตร์ของวงการ SSL บ้านเรา
ปีต่อมาปี2551
ทีมเกษตรยังทำงานกันต่อไปโดยดึงรุ่นน้องมาเพิ่มอีกสองคนคือ ได้น้องบี น้องมิน(ตัวเกรงจากภาคไฟฟ้า) ทีมเอไอเป็นชุดเดิม
การแข่งในประเทศ ผลออกมาเหมือนปีก่อนที่ 1 2 3
ส่วน world robocup 2008 นั้นจัดที่จีน ทำให้ทั้งสามทีม 1 2 3 ของไทยหาเงินได้พอและเข้าร่วมทั้งสามทีม(SSL)
งานนี้ผมไม่ได้ไปด้วย เลยเล่าอะไรไม่ได้มากแต่ที่ฟังจากสมาชิกในทีม ก็มีเรื่องราวมากมายเหมือนเช่นเคย
ทีมจุฬาแข่งได้สมน้ำสมเนื้อกับแชมป์เก่าสองปีซ้อนและคว้าแชมป์โลกในSSL ส่วน Skuba สามารถคว้าที่ 3 มาได้
เป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จในระดับนานาชาติของทีม ต้องขอบคุณสปอเซอร์ในปีนั้นด้วย
แล้วก็มาถึงปัจจุบันปี2552 โดยการนำทีมของไอ้บึก(ปี3) สมาชิกรุ่นเก่าและสมาชิกรุ่นใหม่ ในที่สุดจากความฝัน ณ จุดเริ่มต้น จนมาสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์โลกมาได้ ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้เลย อาจเป็นเพราะที่โชคส่วนหนึ่งที่ CMDragon นั้นไม่ค่อยเวิร์ค แต่ ดูจากการเล่นของทีมเรา และรางวัลอีกสองรางวัลที่ได้มาแล้ว ก็ต้องบอกว่า SKUBA เป็นทีมระดับโลกได้อย่างไม่ต้องสงสัย ต้องขอชื้นชมน้องๆสมาชิกในทีม และพี่โอผู้ที่หมกตัวอยู่ใน ม. และผลักดันทีมจนมาถึงจุดนี้ได้ ต้องขอบอกว่าสุดยอดจริงๆ
รวมทั้งขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีของเราใจในปีนี้ที่ทำทีมSKUBA ได้ไปสร้างชื่อเสียงไกลถึงกราซ ประเทศออสเตรีย
สำหรับหลายๆคนที่มองการพัฒนาหุ่นยนต์เหล่านี้เป็นเรื่องที่ยังไม่ค่อยถูกทางสำหรับประเทศเรา
ผมขอยกคำพูดของประธานซีเกทประเทศไทยที่เคยกล่าวไว้ในการจัดแข่งในประเทศสมัยหนึ่งซึ่งผมชอบมาก ที่กล่าวว่าที่บ.สนับสนุนการแข่งในหลีกนี้เพราะเป็นกลไกและสนามฝึกสำคัญที่ใช้ฝึกวิศวกร ต้องใช้ทั้งทีมเวิร์ค ต้องการการศึกษาเทคโนโลยีใหม่การปรับใช้ และใช้หลักวิชาการอย่างครบทั่ว รวมถึงการแก้ปัญหาระหว่างการพัฒนาและระหว่างการแข็งขัน ถึงแม้ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาเป็นเม็ดเงินตรงๆ แต่ก็มีส่วนช่วยสร้างบุคครากลที่มีความคิดความสามารถ อย่างน้อยก็ในเชิงการวิจัยด้านเทคโนโลยี(ไม่ใช่เฉพาะสาขาหุ่นยนต์อย่างเดียว)
โดยลักษณะของการแข่งขันrobocup soccer ไม่ได้มีแต่เชิงวิชาการและการเชิงปฏิบัติอย่างเดียว แต่ยังให้ความสุขสนานแกผู้ดูและทำ
มีการแบ่งลีคเพื่อแยกเป้าหมายการพัฒนา และระดับความยาก เพื่อท้าทายกลุ่มผู้เข้าร่วมในหลายระดับต้องแต่ระดับโรงเรียน มหาลัยตรีโปเอก หรือหลังจบมหาลัย เทคโนโลยีหลักที่ได้จากการแข่งขันตรงๆคือ computer vision , robotic and control และ AI โดยเน้นด้าน real time processing
ด้วยลักษณะเด่นนี้ ทำให้มีีเด็กป.ตรี กลุ่มนึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะพยายามนั่งอ่านและศึกษางานที่เรียกได้ว่างานระดับป.โท ป.เอกทำกันออกมา ให้เข้าใจด้วยตัวของพวกเขาเองโดยไม่มีใครมาบังคับให้ทำ หรือไม่ได้หวังถึงเงินรางวัลจากการแข่งขันเป็นประเด็นหลัก (การแข่ง word robocup ไม่มีรางวัลเป็นเงินหรือสิ่งของ) อีกทั้งยังสามารถต่อยอดจนสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมาได้เอง และเผยแผร่แก่สาธารณ จนได้รับเสียงชื่นชมจากทีมอื่น ถึงแม้ในขณะนี้จะยังไม่ประสบความสำเร็จในการตีพิมพ์ระดับสากล แต่ด้วยสภาพในปัจจุบันนั้นต้องถือว่ามีความพร้อมที่จะทำให้เด็กใหม่ ตั้งปัญหาและัพัฒนานวัตกรรมใหม่ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมไม่คิดว่าการสนับสนุนการแข่นขันในประเภทนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย หรือน่าเสียดายเงินแต่อย่างใด
ซึ่งจริงๆแล้วงานในสาขาวิศวกรรมก็มีปัจจัยเรื่องลดค่าต้นทุน มาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว แต่ในจุดเริ่มนั้นงบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนาและวิจัย เป็นสิ่งสำคัญมากๆ จริงๆผมอยากให้ผู้ใหญ่ทบทวนเรื่องการสนับสนุนให้ดี ไม่ใช้ต้องรอจนมีผลงานออกมาก่อนแล้วค่อยมาสนับสนุน ไม่เช่นนั้นแล้วอย่าหวังเลยว่าจะคิดของขายได้ในหลักล้าน ถ้าต้นทุนอยู่ในหลักพันหรือขาดการใส่ใจและการสนับสนุนในด้านอื่นๆ
* หมายเหตุงานนี้ไม่ได้ทำเป็นโปรเจคจบของสมาชิกปี4ในทีมตั้งแต่รุ่นพี่โอเป็นต้นมา สมาชิกทำโปรเจคปี4เป็นส่วนตัว
* ปีที่ robocup ไปแข่งกัน atlantar (america) ปีนี้จำไม่ค่อยได้เพราะเรียนยุ่งๆอยู่เลยไม่ได้ติดตามนัก