วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ผู้บริหาร ผู้คิดโครงการ ผู้ปฏิบัติ ผู้รับผล

ถนนชูชาติกำภูเป็นถนนสายหนึ่งในม.เกษตร และถือเป็นถนนสายสำคัญที่สุดสายหนึ่ง
เหตุผลก็คือเป็นถนนเส้นที่ผ่านคณะต่างๆมากกว่า 80% ของม. (บริหาร วิศว วิทยา มนุษย์ สังคม เกษตร อก ศึกษา )
รวมถึง ศร ต่างๆ

ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับถนนสายนี้
อย่างแรกคือที่จอดรถบริเวณหน้าคณะวิทยา วิศว บริหารถูกเปลี่ยนเป็นทางเดิน
ตอนแลกๆผมก็นึกด่าผู้บริหารอยู่ในใจ ว่ามึงจะทำทางเดินเพิ่มหาอะไร จะเปิดแผงลอยเพิ่มหรือ
ด้วยความที่เป็นถนนสองเลนอยู่แล้วเมื่อสร้างทางเดินจึงไม่สามารถจอดรถได้อีกต่อไป

มาช่วงเปิดเทอมผมจึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วโครงการนี้เป็นแผนอั้นแยบยลเพื่อที่จะลดปริมาณการใช้รถยนต์ในการเดินทางของมหาลัย
โดยวันหนึ่งผมก็พบว่า ผมยืนอยู่บนเลนจักรยานที่มีเสากั้นเป็นแนวเพื่อกันรถยนจากเลนที่เหลืออีกเลนหนึ่ง

ข้อติที่เห็นชัดอย่างนึงระหว่างดำเนินการสร้างและปรับปรุงเส้นทางคืิอ การติดเสากันตรงกลางระหว่างเลน
บริเวณหน้าคณะเกษตรมีอีกโครงการ กำลังใช้รถตักทำงานอยู่ โครงการนี้ก็ดันไปปักเสาอัดตูดรถตักไว้ - -"
ทางบ.ที่กำลังใช้รถตักอยู่ก็คงรู้สึกงง ก็เลยไม่สนใจกับแค่เสาพลาสติก กูทับแบนไปก็ได้วะดันมาตั้งขวางทางกู
คำถามที่หนึ่งจึงเกิดขึ้น "ใครรับผิดชอบความเสียหาย"

ด้วยการรถทีจอด+รถช่องทางการเดินรถ(เดินรถช่องเดียวเป็นวันเวย์) ย่อมสร้างความลำบากให้กับคนใช้รถ และยังต้องคอยตามรถตะลัย(รถประจำทางในม.) ซึ่งผมก็เปลี่ยนมารู้ชื่นชมกับความกล้าในการตัดสินใจดำเนินโครงการนี้ (เป็นโครงการที่แข็งแกร่ง)

และ่เมื่อเริ่มเปิดโครงการวันสองวันที่ผ่านมา นิสิตผู้ใช้ถนนดังกล่าวทั้งพวกที่ใช้รถ และใช้รถตะลัยก็ต้องบ่นกับปัญหารถติด
อีกทั้งการจัดทางเดินรถใหม่ทำให้ระยะทางการเดินของผู้ใช้รถตะลัยมากขึ้น

คนที่ยิ้มได้คงเป็นคนใช้รถจักยานที่มีทางส่วนบุคคลวิ่งได้สบาย
แต่นั้นไม่ใช่ความเป็นจริงนัก ปัญหาของคนใช้รถจักยานตั้งแต่เก่าก่อนแล้วก็คือเรื่องการจอดรถ เรื่องการลักขโมย
ที่จอดที่มียามมีอยู่สองแห่งคือประตูงาม1 และประตูพระหล ซึ่งในช่วงเร่งด่วนการเบิกและการฝากรถนั้นก็จำเป็นต้องรอคิวกันนานไม่สะดวก และบางครั้งที่จอดก็เต็ม

ผู้หญิงที่จะขี่จักยานได้คงต้องหาแฟนมาเป็นคนขับรถให้เนื่องจากเครื่องแต่งกายไม่เอื่ออำนวย

จากเรื่องราวที่เล่ามาผมก็ขอตั้งข้อสังเกตุว่า โดยทั่วไปโครงการต่างๆที่แข่งแกร่งในลักษณะคล้ายๆกันนี้(สร้างความเปลี่ยนแปลง) ก็คงเจอปัญหาในลักษณะเดียวกัน
สาเหตุอาจไล่ได้จาก
- ความรัดกุมในตัดสินของผู้บริหาร
- ความคิดและการวิเคราะห์ของผู้คิดโครงการ รวมถึงการคำนึงผลที่จะตามมา ความพร้อมและอื่นอีกมากมาย
- ปัญหาระหว่างการปฏิบัติงานของคนในระดับล่างๆลงมา
- ปัญหาการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ และการปรับตัวให้เข้าได้กับระบบใหม่ ก่อนที่จะปฏิเสธ
ระบบเช่นใดกันที่จะบรรเทาปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผมหวังว่าเมื่อเจอปัญหาก็ควรจะมีความพยายามที่จะแก้ไข
อย่างน้อยก็ขอแค่ความพยายามก็พอ

อย่างไรก็ตามเมื่อคืนผมได้ขี่จักยานของผมไปตามถนนเส้นนี้ ผมก็รู้สึกเปลี่ยนใจอีกครั้ง แสงสว่างจากหลอดไฟทั้งสองฝั่งของถนน สว่างโหล่โดยแทบจะมีเสาร์ไฟทุกๆ 5 เมตร เรื่องการส่งเสริมการลดใช้พลังงานเป็นอันตกไป ดูเหมือนจะติดเวอร์เกินความจำเป็น เสากั้นตอนนี้หักล่มลงคาพื้นมากกว่า 30 % คราวนี้ไม่น่าจะมาจากรถตัก เมื่อดูถนนเส้นอื่นที่มีการวางกวยกันให้จักรยานก็น่าจะเพียงพอ ต่อการใช้งาน การวางเสาลักษณะนี้จึงเป็นเรื่องของการใช้งบที่ฟุ่มเฟือยไป

ดูๆไปก็ชวนให้คิดถึงเรื่องโกงกินผลประโยชน์เสียจริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น: