วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พูดเปรียบเปรย คิดเปรียบเทียบ

ไม่แน่ใจว่าเปรียบเปรย และเปรียบเทียบนั้นมีความหมายต่างกันอย่างไร
รู้แต่กระทบกระเทียบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าทำ

ผมเองชอบคิดเปรียเทียบไปเรื่อย..

คิดเปรียบเทียบข้อดีของมันก็คือช่วยให้เราเดาบางสิ่งที่ไม่รู้และเป็นหนึ่งในกระบวนที่มนุษย์ใช้เพื่อสร้างความรู้และจินตนาการ(เปรียบเทียบเพื่ออนุมาน, เปรียบเทียบคุณลักษณะ)
หรือการพูดเปรียบเปรยอาจช่วยให้เข้าใจภาพได้ง่ายขึ้นและเป็นการทำให้ผู้ฟังสนใจและจินตนาการตาม

ในงานประพันธ์การเปรียบเปรย และพรรณาเป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างอารมย์ความรู้สึกให้แก่ผู้อ่านได้ดี

การเปรียบเปรยหรือเปรียบเทียบนั้นเหมือนกับการเลือกโมเดลขึ้นมาเพื่ออธิบายหรือทำนายปรากฏการบางอย่าง ในทางวิทยาศาสตร์เมื่อพูดถึงการเลือกโมเดล ก็ต้องพูดถึงความแม่นยำและความถูกต้องของโมเดล ความถูกต้องวัดโดยการที่โมเดลสามารถอธิบายด้วยทฤษฎีได้ หรือโมเดลอาจอธิบายปราฎการณ์ได้เกือบทุกครั้งเมื่อทำการทดลองด้วยจำนวนครั้งที่มากพอ

ส่วนความแม่นยำอาจวัดด้วยความผิดพลาดของผลจากการทำนายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ภายในเงื่อนที่กำหนดเช่น ขอบเขตของอินพุต สภาพแวดล้อมเป็นต้น การที่โมเดลแม่นยำเฉพาะในขอบเขตที่กำหนด และเสียความแม่นไปเมื่อออกนอกขอบเขตเรียกเป็นศัพท์ฝรั่งว่า overfitting คือฟิตเกินไป ไม่ใช่คับแก้ว ไม่ใช้ฟิตปั้ง

เวลาเจอคนที่ชอบพูดเปรียบเปรยเก่งๆ บ่อยๆ พูดน่าฟัง ฟังแล้วเข้าใจ ฟังแล้วคิดตามได้เหมือนได้ฟังผู้รู้ในเรื่องนั้นเป็นอย่า่งดี แต่มีข้อระวังอยู่คือ บางทีเราถูกกระตุ่นด้วยความแจ่มแจ้ง ถูกชักจูงด้วยภาษา หรือหลอกให้คิดคล่อยตาม ทั้งที่ความจริงอาจไม่เป็นดั่งที่เปรียบ เหมือนกับการเลือกแบบจำลองย่อมมีความผิดพลาดได้ หรือแม้แต่ไปคนละทางถึงแม้ในตัวอย่างที่พูดนั้นจริง

ใครที่ชอบดูรายการวิเคราะห์ทีคอยหยิบเรื่องนู้นมาเรื่องนี้มา แล้วใช้การเปรียบเทียบบ่อยๆ พูดเสียดสีบ่อยๆ ให้รีบกลับไปทบทวนวิชาพุทธศาสนาก่อน ก็เห็นเป็นดี

ไม่มีความคิดเห็น: